บทที่ 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญ
ความเป็นมาของปัญหา
ทุกวันนี้ ณ จุดสิ้นสุดของยุคอุตสาหกรรม และเป็นรุ่งอรุณของยุคแห่งไซเบอร์สเพส, วิศวกรดิจิตอลส่วนใหญ่และนักจัดการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนมาก ต่างไม่ทราบว่า เรากำลังดำรงอยู่ในวัฒนธรรมไซเบอร์ที่ถูกล้อมรอบโดยกองข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีขีดจำกัด ซึ่งสามารถที่จะทำให้เป็นดิจิตอลและเทปไว้โดยปัจเจกที่จัดหามาได้ด้วยเครื่องมือเกี่ยวกับไซเบอร์ มันไม่มีขีดจำกัดบนความจริงเสมือน (virtual reality). ทั้งหมดมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าไปสู่ข้อมูลข่าวสาร. การสวมใส่เสื้อผ้าคอมพิวเตอร์จะมีนัยะสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษย์เช่นเดียวกันกับการสวมใส่หนังสัตว์ชั้นนอก ดังที่เป็นในยุคสมัยดึกดำบรรพ์
จากตัวอย่างหลักฐานทางโบราณคดีจะเห็นได้ว่า มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในภาคใต้ ใช้เวลาอันยาวนานประทะสัมพันธ์กับภูมิลักษณ์ภาคใต้ ภายใต้องค์ความรู้ที่จำกัดด้วยพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงนานาประการ ค่อยรู้ ค่อยเรียน ค่อยรับ ค่อยปรับ ค่อยเสริม จนเห็นคติที่พึงดำเนินชีวิตเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย จนเกิดเป็นระบบ แบบแผน เหล่านั้นคือ พลวัต วัฒนธรรมภาคใต้ของคนก่อนประวัติศาสตร์อันเป็นทุนวัฒนธรรมของผู้คนในภาคใต้อันนี้คือสถานภาพรายทางในยุคที่ภูมิปัญญาส่วนใหญ่ได้จากนักวิชาการ ขณะที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล มีหลักวิชาอันเป็นทางเลือกแหล่งผลิตและแหล่งอยู่อาศัยหลากหลายแต่ “ไม่มีที่ให้เลือก” ต่างกับยุคบรรพบุรุษสมัยก่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำกัด ได้อาศัยแต่เฉพาะภูมิปัญญาชาวบ้านและกำลังกลายเป็นปัจจัยภูมิปัญญาไทย ที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อรูปแบบและทิศทางการพัฒนาเป็นอย่างมาก เนื่องจากนิยามความหมายและนโยบายด้านการพัฒนาของรัฐและองค์กรเอกชนหลายๆ องค์กรที่วางอยู่บนแนวความคิดเรื่องกรพัฒนาเศรษฐกิจ ความทันสมัย การแข่งขัน และการผลิตเพื่อขายให้ได้ถูก ส่งถึงบุคคลและชุมชนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบต่างๆ โดยปราศจากการกลั่นกรองก่อนที่นิยามความหมายของการพัฒนาและกระบวนการพัฒนาดังกล่าว จะถูกชาวชุมชนตีความผ่านประสบการณ์และข้อมูลข่าวสารที่ได้รับซ้ำอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดถูกปลูกฝังให้แก่เยาวชนจนกลายเป็นค่านิยม ที่สมาชิกในชุมชนยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เช่น ค่านิยมเรื่องการบริโภคสิ่งของฟุ่มเฟือย ค่านิยมเรื่องวัตถุนิยม และความเป็นปัจเจกนิยม เป็นต้น
เมื่อ 50 ปี ก่อน เราเริ่มมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องแรก คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นถูกใช้เพื่อการคำนวณตารางการยิงปืนใหญ่และการค้นคว้าเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงยังไม่รู้ว่าเครื่องมือชนิดนี้จะมีผลกระทบยต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์มากน้อยเพียงใด
ต่อมาอีก 20 ปี เราเริ่มนำเอามาใช้ในงานธุรกิจต่างๆ ลักษณะนี้มีผลกระทบต่อชีวิตและการงานของผู้คนเป็นจำนวนมาก ผลกระทบที่เห็นได้ขัด คือ การมาทดแทนแรงงานคน เช่น เปลี่ยนวิธีการเรียงพิมพ์แบบใช้ตัวอักษรที่หล่อด้วยตะกั่วเป็นแบบใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลในสหรัฐมีการนัดหยุดงานประท้วง
การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อ 15 ปีถัดมา เราเริ่มหันมาเน้นที่การเก็บรวบรวมข้อมูลและกลั่นกรองข้อมูลออกมาเป็นข้อสนเทศเพื่อการบริหาร และพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นขนาดตั้งโต๊ะ
อีก 5 ปีต่อมา เราก็เชื่อมโยงเครื่องเหล่านี้กับเครื่องแบบเก่า (Mainframe & Minicomputer) และเครือข่ายขณะนี้มีชื่อว่า “อินเตอร์เน็ต” (Internet) นักวิชาการเสนอแนวคิดในการใช้ประโยชน์อยู่หลายอย่าง หนึ่งในจำนวนนั้นคือ การปรับระบบการศึกษาให้ผ่านเครือข่าย เช่น ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ การทำการบ้านส่งผ่านเครือข่าย การลงทะเบียนเรียน การสอบ การส่งผลสอบ การเรียนด้วยตนเอง เป็นต้น
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ก่อเกิดผลทางเศรษฐกิจและสังคม ต้องมีทั้งการลงทุนและการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมในบางส่วน ซึ่งเท่ากับการปรับเปลี่ยนจากความเคยชินในบางเรื่องที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยการทำงาน การเรียนการศึกษาการให้เวลาว่าง ตลอดจนการรับข่าวสาร การปรับเปลี่ยนบางเรื่องเป็นกระบวนการวิวัฒนาการที่ต้องใช้เวลาบางเรื่องก็สามารถทำให้เกิดขึ้นเร็วได้โดยเฉพาะส่วนที่มีผลประโยชน์ทางการค้า เช่นการสร้างสื่อการเรียนการสอนอาจจำได้เร็ว แต่การเปลี่ยนแนวทางการสอนให้สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในกลุ่มครูอาจารย์ทั่วประเทศคงจะทำได้ไม่เร็วหรืออาจไม่มีผู้สนใจที่จะทำให้เกิดขึ้น เมื่อความแตกต่างระหว่างการจัดหาเทคโนโลยีและการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม การใช้เทคโนโลยีเริ่มเกิดขึ้น รัฐจะต้องมีบทบาทเข้าดูแล ณ จุดนี้และเป็นผู้นำที่จะทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยีในเรื่องที่เกี่ยวกับความอยู่ดีกินดีของประชากรส่วนใหญ่ เช่น การทำให้เกิดการสร้างทางด่วนข้อมูลที่มีคุณภาพทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเป็นโครงสร้างขั้นพื้นฐานและส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยสารสนเทศปฏิรูปการเรียนการสอนและการบริการด้านอนามัย รัฐจะต้องมองเห็นโอกาสในการกระโดดข้าม เพื่อแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนทางเทคโนโลยี การขาดแคลนนายแพทย์ในชนบทและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างความมีและความไม่มีปัญหาเหล่านี้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างจริงจัง ประเทศไทยมีโอกาสที่จะขจัดความเป็นประเทศด้อยพัฒนาให้กลายเป็นประเทศพัฒนาในยุคของสังคมสารสนเทศนี้ได้อย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าความเจริญด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจะขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนว่ามนุษย์เราไม่อาจจะควบคุม แต่ถึงอย่างไร มนุษย์ก็มิใช่จะถูกผลักดันไปข้างหน้าอย่างเดียวเหมือนเช่น ยาสีฟันถูกบีบออกจากหลอด เบื้องหน้าของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการสื่อสารนั้น มีปฏิกิริยาที่เป็นนานาทัศนะต่อประเด็นปัญหาที่ยังเปิดช่องว่างไว้ให้เติมคำสำหรับอนาคต
ดังนั้น ควบคู่ไปกับการอภิปรายเรื่องความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร จึงมีการพูดถึงเรื่องที่จะทำอย่างไรจึงจะจัดสังคมให้เกิดการเลือกสรรได้โดยอิสระ และจะควบคุมเทคโนโลยีได้อย่างฉลาดสุขุมอย่างไรจึงจะเกิดผลในทางลบน้อยที่สุด นอกจากนั้น จำเป็นต้องมีการสำรวจปัญหาทางจริยธรรมว่า เทคโนโลยีข่าวสารนี้มีเพื่ออะไร ใครเป็นคนตัดสินใจ ยุติธรรมหรือไม่ ทางไปข้างข้างหน้าที่ถูกต้องคืออะไร เป็นต้น
ความสำคัญของปัญหา
ในปัจจุบันนี้ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ยังไม่มีนักวิจัยไทยศึกษาเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อสังคมไทย ต่อการปฏิบัติงาน ต่อเยาวชนไทย ฯลฯ เลย ส่วนใหญ่แล้วผลกระทบที่พูดกันก็เป็นเพียงคำบอกเล่า หรือมิฉะนั้นก็เป็นการสังเกต หรือวิจัยของต่างประเทศเท่านั้น
คณะผู้วิจัยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สมควรมีผู้รู้มาช่วยดำเนินการวิจัยศึกษา เพื่อที่เราจะได้นำผลวิจัยนั้นมาเป็นแนวทางในการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ และไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาในอนาคต
ปัจจุบันโลกของเราได้ก้าวเข้ามาสู่ยุคสังคมสารสนเทศอย่างแท้จริง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในยุคโลกไร้พรมแดน เครือข่าย Internet ได้เริ่มมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดังนั้น เพื่อให้ทันต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี คณะผู้วิจัยในฐานะนักศึกษาด้านสังคมศาสตร์ ทำการศึกษาเพื่อประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต เนื้อหาสาระประกอบด้วยวิวัฒนาการและพัฒนาการของอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ระดับโลก ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นมีความเป็นมาและพัฒนาการอย่างไร และปัจจุบันมีแผนด้านนี้อย่างไร รวมถึงการทำนายบทบาท อิทธิพล และผลกระทบที่ตามมาในด้านสังคมวัฒนธรรม จะเป็นอย่างไร รูปลักษณ์ของอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตการประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ รวมทั้งเสนอแนะรูปแบบและแนวทางที่เป็นไปได้ในการพัฒนาศักยภาพของอินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมในจังหวัดภูเก็ต โดยคาดหวังว่าองค์ความรู้ที่ได้นี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ตด้านนโยบายพัฒนาสารสนเทศของท้องถึ่น
ผลกระทบของโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรมที่มากระทบต่อเยาวชนภูเก็ต ถึงแม้ว่าระบบ การศึกษาจะเจริญก้าวหน้าไปมาก มนุษย์เป็นผู้สร้างเทคโนโลยี และเทคโนโลยีการสื่อสารก็มีผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการดำรงอยู่ของมนุษย์ด้วย คนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ “เยาวชน” ผลลัพท์ที่ได้รับมีทั้งด้านบวกอันได้แก่การเข้าถึงข้อมูลที่มากมายมหาศาลในโลกของเรา และอีกด้านหนึ่งคือ ด้านลบ อันเป็นผลพวงมาจากการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ความสุกงอมของชีวิตวัยเด็กหรือเยาวชนของเราไม่สามารถที่จะแยกแยะ ผลดีและผลเสีย จากอินเตอร์เน็ตได้ เช่น ความรุนแรง เรื่องของเพศศึกษา เป็นต้น ปัญหาคือ เยาวชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสังคมวัฒนธรรมจากการแพร่ของอินเตอร์เน็ตาอย่างไร
คำถามการวิจัย
1. การแพร่กระจายของวัฒนธรรมใหม่ด้านอินเตอร์เน็ตมีวิฒนาการและพัฒนาการต่อสังคมเยาวชนภูเก็ตอย่างไร
2. มิติผลการะทบของอินเตอร์เน็ตที่มีต่อสังคมใหม่ของเยาวชนภูเก็ตเป็นอย่างไร
3. เยาวชนภูเก็ตมองผลกระทบเหล่านี้อย่างไร และมีมาตรการสร้างศักยภาพ ให้กับเยาวชนในอนาคตอย่างไร
4. รูปลักษณ์ หรือ อัตลักษณ์ ของสังคมและชาวภูเก็ตในอนาคตควรจะเป็นเช่นไร
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจวิวัฒนาการของอินเตอร์เน็ตต่อสังคม
2. เพื่อศึกษาผลกระทบของอินเตอร์เน็ตต่อวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงของเยาวชนภูเก็ค
3. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลกระทบของอินเตอร์เน็ตต่อการเปลี่ยนแปลงทางเยาวชนภูเก็ต
4. แสดงผลกระทบ ทำความเข้าใจ อธิบายและอภิปรายความหมายของผลกระทบในเชิงวัฒนธรรมและพฤติกรรม รวมทั้งเสนอแนะแนวคิดและแนวทางในการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของภูเก็ตต่อไป
ขอบเขตการศึกษา
การวิจัยเรื่อง “อินเตอร์เน็ตกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒธรรมและผลกระทบต่อเยาวชนจังหวัดภูเก็ต” สามารถแบ่งวิธีวิจัยเป็น 2 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นการศึกษาเชิงมหภาค บริบททางสังคมวัฒนธรรมและวิวัฒนาการของเทคโนโลยีต่อการเปลี่ยนแปลงฃทาง สังคม เศรษฐกิจ และการศึกษาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ในส่วนนี้จะเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้มาจากการศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยวิธีสัมมนากลุ่ม (FOCUS GROUP) สัมภาษณ์ลึก(INDEPTH INTERVIEW)ผู้ที่รู้เรื่องภายในวงการอินเตอร์เน็ตดี ในประเด็นเกี่ยวกับ พัฒนาการของเทศโนโลยีสารสนเทศของไทยและจังหวัดภูเก็ต
ส่วนที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เป็นการศึกษาระดับจุลภาค โดยมีหน่วยของการวิเคราะห์(Limit Of Analysis) อยู่ที่เยาวชนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นนักเรียน อายุ 12-18 ปี นักเรียนมัธยมต้น และมัธยมปลาย สถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน กลุ่มในเมือง และกลุ่มที่ห่างไกลเมืองโรงเรียนเป้าหมาย ได้แก่ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย โรงเรียนเมืองถลาง โรงเรียนนานาชาติดัลลิช การศึกษาในส่วนนี้ต้องการดู ทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมของเยาวชนจังหวัดภูเก็ตที่มีต่ออินเตอร์เน็ต และผลกระทบของอินเตอร์เน็ตทั้งด้านดีและด้านที่อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนกลุ่มดังกล่าว การวิจัยเชิงปริมาณในครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยเลือกวิธีการเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยคณะผู้วิจัยมุ่งเน้นศึกษาข้อมูลในด้านวัฒนธรรม ของนักเรียน หลังจากได้ใช้อินเตอร์เน็ต เพื่อสำรวจถึงพฤติกรรมของตัวเด็ก และผู้ที่อยู่รอบข้างที่มีส่วนในการใช้อินเตอร์เน็ตทั้ง ผู้ปกครอง ครูและบุคคลที่ได้ติดต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ต ขอบเขตของเนื้อหา จะเป็นการศึกษาที่มุ่งไปสู่เรื่องเนื้อหาของอินเตอร์เน็ต ที่เป็นประตูสู่การเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับวัยและอาจมีผลด้านลบต่อเยาวชนเอง
นิยามศัพท์
1. อินเตอร์เน็ต ให้หมายถึง ช่องทางในการนำข่าวสาร เป็นตัวแทนของสังคมข่าวสาร การสร้างความรู้ ผ่านทางข่าวสาร
2. วัฒนธรรม คือ วิถีชีวิตของหมู่คณะ ซึ่งจะแสดงถึงความเจริญงอกงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียว ความก้าวหน้าของชาติ รวมทั้งความเจริญทางด้านความรู้ เช่น ทางด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ วรรณคดี ศาสนา ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี และจรรยามารยาท ที่แสดงออกทางความรู้สึก ความคิดเห็น หรือการกระทำใด ๆ ของมนุษย์ในส่วนรวม ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยคนในสังคมยอมรับและเข้าใจ ใช้ปฏิบัติร่วมกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมนั้น ๆ วัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการอยู่ร่วม กันอย่างปกติสุขในสังคม วัฒนธรรมแต่ละสังคมจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และทรัพยากร ต่างๆ ลักษณะอีกประการหนึ่งของวัฒนธรรม คือ เป็นการสั่งสมความคิด ความเชื่อ วิธีการ จากสังคมรุ่นก่อน ๆ มีการเรียนรู้ และสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้ วัฒนธรรมใดที่มีรูปแบบ หรือแนวความคิดที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะเลือนหายไป วัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นชาติให้ปรากฏชัดเจนขึ้น
3. อัตลักษณ์มิติวัฒนธรรม คือ การปรุงแต่งและเสริมสร้างอัตลักษณ์ของชุมชน 3 ลักษณะ คือ
3.1 พัฒนาอัตลักษณ์ดั้งเดิมที่ประชาคมในชุมชนมีสำนึกร่วมเป็นสำนึกเดียวกันว่าเป็ฯ “คุณลักษณ์” ให้เข้มแข็งโดดเด่นยิ่งขึ้น เพื่อให้มีพลังอย่างต่อเนื่องและเป็นตัวตาหนา ที่ช่วยให้คนรุ่นหลังได้เป็นแบบอย่างที่ดีสืบไป
3.2 ขจัดหรือทำลายคตินิยมที่วิกลพิการ ที่ชุมชนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า “อัปลักษณ์” ไม่ให้มีโอกาสสำแดงบทบาทได้อีกต่อไป เว้นแต่จะใช้เป็นเครื่องเตือนสติเพื่อเว้นให้ห่าง
3.3 สร้างจิตสำนึกร่วมเป็นจิตสำนึกใหม่ เพื่อต่างอัตลักษณ์ใหม่ที่จะผลักดันให้ชุมชนขับเคลื่อนไปสู่ทิศทางที่เหมาะสมกว่า เพื่อยืนอยู่ได้อย่างสง่างามและหรือเพื่อสามารถตอบโต้ต่อสู้กับสิ่งที่ชุมชนภายในหรือชุมชนอื่นกำหนดหรือยัดเยียดอัตลักษณ์ที่อัปลักษณ์มาให้จนต้องกลาย “เป็นเขา” มากกว่า “เป็นเรา” ต้องสร้างจิตสำนึกเดียวกันว่า “ชุมชนใดมีอัตลักษณ์ดีงามเข้มข้นปราศจากมลทินคติชุมชนนั้ได้ชื่อว่ามีอินทรีย์แก่กล้า”
4. วิธีการ คือ สร้างสัญลักษณ์นิยมใหม่ ประกอบด้วย
4.1 เกษตรกรรมนิยม
4.2 คุณภาพนิยม
4.3 คุณธรรมนิยม
5. เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นค้าที่มีความหมายกว้างไกล เป็นคำที่เราได้พบเห็นและได้ยินอยู่ตลอดมา
6. สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ ลองจินตนาการดูว่าภายในสมองของเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราคงตอบไม่ได้ แต่สามารถเรียกเอาข้อมูลมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมองเป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลรอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ
7. คอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของอินเตอร์เน็ตในระดับสังคมโลกและสังคมภูเก็ต
2. ช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมวัฒนธรรม
3. สามารถชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดจากระบบอินเตอร์เน็ตในมิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อเยาวชนในจังหวัดภูเก็ต
4. สามารถชี้แนะแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
5. สามารถหาแนวทางสร้างภูมิต้านทานให้กับเยาวชนภูเก็ตได้