Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

สารบาญ

สารบาญ

 

หน้า

บทคัดย่อ

Abstract

กิตติกรรมประกาศ

สารบาญ

รายการตาราง

บทที่ 1.  บทนำ

ปัญหา   ความเป็นมา

ความสำคัญ

คำถามวิจัย

วัตถุประสงค์

ขอบเขตการศึกษา

นิยามศัพท์เฉพาะ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

บทที่ 2.    ทบทวนวรรณกรรม

กรอบแนวคิดในการศึกษา

บทที่ 3.    ระเบียบวิธีวิจัย

วิธีการศึกษา

ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา

การวิเคราะห์ข้อมูล

การนำเสนอข้อมูล

ข้อจำกัดในการศึกษา

บทที่ 4.  วิวัฒนาการและพัฒนาการของอินเตอร์เน็ต

ย่อหน้า แรก

ย่อหน้าสอง

สรุป

บทที่ 5.    การศึกษาเชิงคุณภาพ

บทที่ 6.    การศึกษาเชิงปริมาณ

บทที 7.    สรุปและข้อเสนอแนะ

ปัญหาอุปสรรค

ข้อเสนอแนะ

บรรณานุกรม

ภาคผนวก

ประวัติผู้เขียน

บทที่  1

 

บทนำ

 

 

ความเป็นมาและความสำคัญ

 

ความเป็นมาของปัญหา

                  ทุกวันนี้ ณ จุดสิ้นสุดของยุคอุตสาหกรรม และเป็นรุ่งอรุณของยุคแห่งไซเบอร์สเพส, วิศวกรดิจิตอลส่วนใหญ่และนักจัดการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนมาก ต่างไม่ทราบว่า เรากำลังดำรงอยู่ในวัฒนธรรมไซเบอร์ที่ถูกล้อมรอบโดยกองข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีขีดจำกัด ซึ่งสามารถที่จะทำให้เป็นดิจิตอลและเทปไว้โดยปัจเจกที่จัดหามาได้ด้วยเครื่องมือเกี่ยวกับไซเบอร์ มันไม่มีขีดจำกัดบนความจริงเสมือน (virtual reality). ทั้งหมดมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าไปสู่ข้อมูลข่าวสาร. การสวมใส่เสื้อผ้าคอมพิวเตอร์จะมีนัยะสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษย์เช่นเดียวกันกับการสวมใส่หนังสัตว์ชั้นนอก ดังที่เป็นในยุคสมัยดึกดำบรรพ์

                  จากตัวอย่างหลักฐานทางโบราณคดีจะเห็นได้ว่า   มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ในภาคใต้  ใช้เวลาอันยาวนานประทะสัมพันธ์กับภูมิลักษณ์ภาคใต้ ภายใต้องค์ความรู้ที่จำกัดด้วยพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงนานาประการ  ค่อยรู้  ค่อยเรียน  ค่อยรับ  ค่อยปรับ  ค่อยเสริม  จนเห็นคติที่พึงดำเนินชีวิตเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย  จนเกิดเป็นระบบ  แบบแผน  เหล่านั้นคือ พลวัต  วัฒนธรรมภาคใต้ของคนก่อนประวัติศาสตร์อันเป็นทุนวัฒนธรรมของผู้คนในภาคใต้อันนี้คือสถานภาพรายทางในยุคที่ภูมิปัญญาส่วนใหญ่ได้จากนักวิชาการ  ขณะที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวไกล  มีหลักวิชาอันเป็นทางเลือกแหล่งผลิตและแหล่งอยู่อาศัยหลากหลายแต่  ไม่มีที่ให้เลือกต่างกับยุคบรรพบุรุษสมัยก่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำกัด  ได้อาศัยแต่เฉพาะภูมิปัญญาชาวบ้านและกำลังกลายเป็นปัจจัยภูมิปัญญาไทย ที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อรูปแบบและทิศทางการพัฒนาเป็นอย่างมาก  เนื่องจากนิยามความหมายและนโยบายด้านการพัฒนาของรัฐและองค์กรเอกชนหลายๆ องค์กรที่วางอยู่บนแนวความคิดเรื่องกรพัฒนาเศรษฐกิจ  ความทันสมัย  การแข่งขัน  และการผลิตเพื่อขายให้ได้ถูก  ส่งถึงบุคคลและชุมชนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบต่างๆ โดยปราศจากการกลั่นกรองก่อนที่นิยามความหมายของการพัฒนาและกระบวนการพัฒนาดังกล่าว  จะถูกชาวชุมชนตีความผ่านประสบการณ์และข้อมูลข่าวสารที่ได้รับซ้ำอยู่ตลอดเวลา  จนในที่สุดถูกปลูกฝังให้แก่เยาวชนจนกลายเป็นค่านิยม  ที่สมาชิกในชุมชนยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  เช่น  ค่านิยมเรื่องการบริโภคสิ่งของฟุ่มเฟือย    ค่านิยมเรื่องวัตถุนิยม  และความเป็นปัจเจกนิยม  เป็นต้น

                  เมื่อ 50 ปี ก่อน  เราเริ่มมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องแรก  คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นถูกใช้เพื่อการคำนวณตารางการยิงปืนใหญ่และการค้นคว้าเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น   ด้วยเหตุนี้เราจึงยังไม่รู้ว่าเครื่องมือชนิดนี้จะมีผลกระทบยต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์มากน้อยเพียงใด 

                  ต่อมาอีก 20 ปี  เราเริ่มนำเอามาใช้ในงานธุรกิจต่างๆ  ลักษณะนี้มีผลกระทบต่อชีวิตและการงานของผู้คนเป็นจำนวนมาก  ผลกระทบที่เห็นได้ขัด   คือ  การมาทดแทนแรงงานคน เช่น  เปลี่ยนวิธีการเรียงพิมพ์แบบใช้ตัวอักษรที่หล่อด้วยตะกั่วเป็นแบบใช้เครื่องคอมพิวเตอร์  ผลในสหรัฐมีการนัดหยุดงานประท้วง

                  การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อ 15 ปีถัดมา  เราเริ่มหันมาเน้นที่การเก็บรวบรวมข้อมูลและกลั่นกรองข้อมูลออกมาเป็นข้อสนเทศเพื่อการบริหาร  และพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นขนาดตั้งโต๊ะ

                  อีก 5 ปีต่อมา เราก็เชื่อมโยงเครื่องเหล่านี้กับเครื่องแบบเก่า (Mainframe & Minicomputer) และเครือข่ายขณะนี้มีชื่อว่า  อินเตอร์เน็ต” (Internet) นักวิชาการเสนอแนวคิดในการใช้ประโยชน์อยู่หลายอย่าง  หนึ่งในจำนวนนั้นคือ  การปรับระบบการศึกษาให้ผ่านเครือข่าย เช่น ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์  การทำการบ้านส่งผ่านเครือข่าย  การลงทะเบียนเรียน  การสอบ  การส่งผลสอบ   การเรียนด้วยตนเอง  เป็นต้น

                  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ก่อเกิดผลทางเศรษฐกิจและสังคม  ต้องมีทั้งการลงทุนและการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมในบางส่วน ซึ่งเท่ากับการปรับเปลี่ยนจากความเคยชินในบางเรื่องที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวัน  ประกอบด้วยการทำงาน  การเรียนการศึกษาการให้เวลาว่าง  ตลอดจนการรับข่าวสาร  การปรับเปลี่ยนบางเรื่องเป็นกระบวนการวิวัฒนาการที่ต้องใช้เวลาบางเรื่องก็สามารถทำให้เกิดขึ้นเร็วได้โดยเฉพาะส่วนที่มีผลประโยชน์ทางการค้า  เช่นการสร้างสื่อการเรียนการสอนอาจจำได้เร็ว  แต่การเปลี่ยนแนวทางการสอนให้สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในกลุ่มครูอาจารย์ทั่วประเทศคงจะทำได้ไม่เร็วหรืออาจไม่มีผู้สนใจที่จะทำให้เกิดขึ้น  เมื่อความแตกต่างระหว่างการจัดหาเทคโนโลยีและการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม  การใช้เทคโนโลยีเริ่มเกิดขึ้น  รัฐจะต้องมีบทบาทเข้าดูแล ณ จุดนี้และเป็นผู้นำที่จะทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยีในเรื่องที่เกี่ยวกับความอยู่ดีกินดีของประชากรส่วนใหญ่  เช่น  การทำให้เกิดการสร้างทางด่วนข้อมูลที่มีคุณภาพทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเป็นโครงสร้างขั้นพื้นฐานและส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยสารสนเทศปฏิรูปการเรียนการสอนและการบริการด้านอนามัย  รัฐจะต้องมองเห็นโอกาสในการกระโดดข้าม เพื่อแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนทางเทคโนโลยี  การขาดแคลนนายแพทย์ในชนบทและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างความมีและความไม่มีปัญหาเหล่านี้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างจริงจัง  ประเทศไทยมีโอกาสที่จะขจัดความเป็นประเทศด้อยพัฒนาให้กลายเป็นประเทศพัฒนาในยุคของสังคมสารสนเทศนี้ได้อย่างแน่นอน

                   ถึงแม้ว่าความเจริญด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจะขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนว่ามนุษย์เราไม่อาจจะควบคุม  แต่ถึงอย่างไร  มนุษย์ก็มิใช่จะถูกผลักดันไปข้างหน้าอย่างเดียวเหมือนเช่น  ยาสีฟันถูกบีบออกจากหลอด  เบื้องหน้าของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการสื่อสารนั้น  มีปฏิกิริยาที่เป็นนานาทัศนะต่อประเด็นปัญหาที่ยังเปิดช่องว่างไว้ให้เติมคำสำหรับอนาคต

                  ดังนั้น  ควบคู่ไปกับการอภิปรายเรื่องความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร  จึงมีการพูดถึงเรื่องที่จะทำอย่างไรจึงจะจัดสังคมให้เกิดการเลือกสรรได้โดยอิสระ  และจะควบคุมเทคโนโลยีได้อย่างฉลาดสุขุมอย่างไรจึงจะเกิดผลในทางลบน้อยที่สุด  นอกจากนั้น  จำเป็นต้องมีการสำรวจปัญหาทางจริยธรรมว่า  เทคโนโลยีข่าวสารนี้มีเพื่ออะไร  ใครเป็นคนตัดสินใจ  ยุติธรรมหรือไม่  ทางไปข้างข้างหน้าที่ถูกต้องคืออะไร  เป็นต้น

 

ความสำคัญของปัญหา

                   ในปัจจุบันนี้ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ  ยังไม่มีนักวิจัยไทยศึกษาเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อสังคมไทย  ต่อการปฏิบัติงาน  ต่อเยาวชนไทย  ฯลฯ  เลย  ส่วนใหญ่แล้วผลกระทบที่พูดกันก็เป็นเพียงคำบอกเล่า  หรือมิฉะนั้นก็เป็นการสังเกต  หรือวิจัยของต่างประเทศเท่านั้น 

คณะผู้วิจัยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สมควรมีผู้รู้มาช่วยดำเนินการวิจัยศึกษา เพื่อที่เราจะได้นำผลวิจัยนั้นมาเป็นแนวทางในการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ และไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาในอนาคต

                  ปัจจุบันโลกของเราได้ก้าวเข้ามาสู่ยุคสังคมสารสนเทศอย่างแท้จริง  คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในยุคโลกไร้พรมแดน  เครือข่าย Internet  ได้เริ่มมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน   ดังนั้น  เพื่อให้ทันต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี  คณะผู้วิจัยในฐานะนักศึกษาด้านสังคมศาสตร์ ทำการศึกษาเพื่อประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต  เนื้อหาสาระประกอบด้วยวิวัฒนาการและพัฒนาการของอินเตอร์เน็ต  ตั้งแต่ระดับโลก  ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นมีความเป็นมาและพัฒนาการอย่างไร  และปัจจุบันมีแผนด้านนี้อย่างไร  รวมถึงการทำนายบทบาท  อิทธิพล  และผลกระทบที่ตามมาในด้านสังคมวัฒนธรรม  จะเป็นอย่างไร  รูปลักษณ์ของอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตการประยุกต์ใช้งานด้านต่างๆ รวมทั้งเสนอแนะรูปแบบและแนวทางที่เป็นไปได้ในการพัฒนาศักยภาพของอินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมในจังหวัดภูเก็ต  โดยคาดหวังว่าองค์ความรู้ที่ได้นี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ตด้านนโยบายพัฒนาสารสนเทศของท้องถึ่น

                  ผลกระทบของโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรมที่มากระทบต่อเยาวชนภูเก็ต  ถึงแม้ว่าระบบ  การศึกษาจะเจริญก้าวหน้าไปมาก  มนุษย์เป็นผู้สร้างเทคโนโลยี  และเทคโนโลยีการสื่อสารก็มีผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการดำรงอยู่ของมนุษย์ด้วย  คนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ  เยาวชนผลลัพท์ที่ได้รับมีทั้งด้านบวกอันได้แก่การเข้าถึงข้อมูลที่มากมายมหาศาลในโลกของเรา  และอีกด้านหนึ่งคือ ด้านลบ  อันเป็นผลพวงมาจากการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เหมาะสม  ความสุกงอมของชีวิตวัยเด็กหรือเยาวชนของเราไม่สามารถที่จะแยกแยะ  ผลดีและผลเสีย จากอินเตอร์เน็ตได้ เช่น  ความรุนแรง  เรื่องของเพศศึกษา เป็นต้น ปัญหาคือ  เยาวชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสังคมวัฒนธรรมจากการแพร่ของอินเตอร์เน็ตาอย่างไร

 

คำถามการวิจัย

1.      การแพร่กระจายของวัฒนธรรมใหม่ด้านอินเตอร์เน็ตมีวิฒนาการและพัฒนาการต่อสังคมเยาวชนภูเก็ตอย่างไร

2.      มิติผลการะทบของอินเตอร์เน็ตที่มีต่อสังคมใหม่ของเยาวชนภูเก็ตเป็นอย่างไร

3.      เยาวชนภูเก็ตมองผลกระทบเหล่านี้อย่างไร  และมีมาตรการสร้างศักยภาพ  ให้กับเยาวชนในอนาคตอย่างไร

4.      รูปลักษณ์  หรือ  อัตลักษณ์ ของสังคมและชาวภูเก็ตในอนาคตควรจะเป็นเช่นไร

 

วัตถุประสงค์การวิจัย

1.      เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจวิวัฒนาการของอินเตอร์เน็ตต่อสังคม

2.      เพื่อศึกษาผลกระทบของอินเตอร์เน็ตต่อวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงของเยาวชนภูเก็ค

3.      เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลกระทบของอินเตอร์เน็ตต่อการเปลี่ยนแปลงทางเยาวชนภูเก็ต

4.   แสดงผลกระทบ ทำความเข้าใจ อธิบายและอภิปรายความหมายของผลกระทบในเชิงวัฒนธรรมและพฤติกรรม รวมทั้งเสนอแนะแนวคิดและแนวทางในการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของภูเก็ตต่อไป

 
ขอบเขตการศึกษา

                  การวิจัยเรื่อง  อินเตอร์เน็ตกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒธรรมและผลกระทบต่อเยาวชนจังหวัดภูเก็ต  สามารถแบ่งวิธีวิจัยเป็น  2 ส่วนคือ 

              ส่วนที่ 1       เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ  เป็นการศึกษาเชิงมหภาค  บริบททางสังคมวัฒนธรรมและวิวัฒนาการของเทคโนโลยีต่อการเปลี่ยนแปลงฃทาง สังคม เศรษฐกิจ  และการศึกษาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ  ในส่วนนี้จะเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ  ได้มาจากการศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้อง  โดยวิธีสัมมนากลุ่ม (FOCUS GROUP)      สัมภาษณ์ลึก(INDEPTH INTERVIEW)ผู้ที่รู้เรื่องภายในวงการอินเตอร์เน็ตดี  ในประเด็นเกี่ยวกับ พัฒนาการของเทศโนโลยีสารสนเทศของไทยและจังหวัดภูเก็ต

              ส่วนที่ 2       เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ  เป็นการศึกษาระดับจุลภาค  โดยมีหน่วยของการวิเคราะห์(Limit Of Analysis) อยู่ที่เยาวชนจังหวัดภูเก็ต  ซึ่งเป็นนักเรียน อายุ 12-18 ปี นักเรียนมัธยมต้น  และมัธยมปลาย  สถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน  กลุ่มในเมือง และกลุ่มที่ห่างไกลเมืองโรงเรียนเป้าหมาย  ได้แก่  โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย   โรงเรียนเมืองถลาง  โรงเรียนนานาชาติดัลลิช  การศึกษาในส่วนนี้ต้องการดู ทัศนคติ  ค่านิยม  และพฤติกรรมของเยาวชนจังหวัดภูเก็ตที่มีต่ออินเตอร์เน็ต  และผลกระทบของอินเตอร์เน็ตทั้งด้านดีและด้านที่อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนกลุ่มดังกล่าว  การวิจัยเชิงปริมาณในครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยเลือกวิธีการเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยคณะผู้วิจัยมุ่งเน้นศึกษาข้อมูลในด้านวัฒนธรรม ของนักเรียน  หลังจากได้ใช้อินเตอร์เน็ต เพื่อสำรวจถึงพฤติกรรมของตัวเด็ก และผู้ที่อยู่รอบข้างที่มีส่วนในการใช้อินเตอร์เน็ตทั้ง ผู้ปกครอง ครูและบุคคลที่ได้ติดต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ต  ขอบเขตของเนื้อหา  จะเป็นการศึกษาที่มุ่งไปสู่เรื่องเนื้อหาของอินเตอร์เน็ต  ที่เป็นประตูสู่การเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับวัยและอาจมีผลด้านลบต่อเยาวชนเอง

 
นิยามศัพท์

              1.  อินเตอร์เน็ต   ให้หมายถึง  ช่องทางในการนำข่าวสาร  เป็นตัวแทนของสังคมข่าวสาร  การสร้างความรู้  ผ่านทางข่าวสาร 

              2.  วัฒนธรรม  คือ  วิถีชีวิตของหมู่คณะ  ซึ่งจะแสดงถึงความเจริญงอกงาม  เป็นระเบียบเรียบร้อย  ความกลมเกลียว  ความก้าวหน้าของชาติ  รวมทั้งความเจริญทางด้านความรู้  เช่น  ทางด้านวิทยาศาสตร์  ศิลปศาสตร์  วรรณคดี  ศาสนา  ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี  และจรรยามารยาท ที่แสดงออกทางความรู้สึก  ความคิดเห็น  หรือการกระทำใด ๆ  ของมนุษย์ในส่วนรวม  ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกัน  โดยคนในสังคมยอมรับและเข้าใจ  ใช้ปฏิบัติร่วมกัน  อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมนั้น ๆ วัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการอยู่ร่วม กันอย่างปกติสุขในสังคม วัฒนธรรมแต่ละสังคมจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และทรัพยากร ต่างๆ  ลักษณะอีกประการหนึ่งของวัฒนธรรม คือ เป็นการสั่งสมความคิด ความเชื่อ วิธีการ จากสังคมรุ่นก่อน ๆ มีการเรียนรู้ และสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้ วัฒนธรรมใดที่มีรูปแบบ หรือแนวความคิดที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะเลือนหายไป วัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นชาติให้ปรากฏชัดเจนขึ้น            

              3.  อัตลักษณ์มิติวัฒนธรรม  คือ  การปรุงแต่งและเสริมสร้างอัตลักษณ์ของชุมชน 3 ลักษณะ คือ

                        3.1    พัฒนาอัตลักษณ์ดั้งเดิมที่ประชาคมในชุมชนมีสำนึกร่วมเป็นสำนึกเดียวกันว่าเป็ฯ คุณลักษณ์ให้เข้มแข็งโดดเด่นยิ่งขึ้น  เพื่อให้มีพลังอย่างต่อเนื่องและเป็นตัวตาหนา   ที่ช่วยให้คนรุ่นหลังได้เป็นแบบอย่างที่ดีสืบไป

                        3.2    ขจัดหรือทำลายคตินิยมที่วิกลพิการ  ที่ชุมชนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า อัปลักษณ์  ไม่ให้มีโอกาสสำแดงบทบาทได้อีกต่อไป  เว้นแต่จะใช้เป็นเครื่องเตือนสติเพื่อเว้นให้ห่าง

                        3.3    สร้างจิตสำนึกร่วมเป็นจิตสำนึกใหม่  เพื่อต่างอัตลักษณ์ใหม่ที่จะผลักดันให้ชุมชนขับเคลื่อนไปสู่ทิศทางที่เหมาะสมกว่า  เพื่อยืนอยู่ได้อย่างสง่างามและหรือเพื่อสามารถตอบโต้ต่อสู้กับสิ่งที่ชุมชนภายในหรือชุมชนอื่นกำหนดหรือยัดเยียดอัตลักษณ์ที่อัปลักษณ์มาให้จนต้องกลาย เป็นเขา มากกว่า เป็นเรา  ต้องสร้างจิตสำนึกเดียวกันว่า ชุมชนใดมีอัตลักษณ์ดีงามเข้มข้นปราศจากมลทินคติชุมชนนั้ได้ชื่อว่ามีอินทรีย์แก่กล้า

              4.  วิธีการ  คือ   สร้างสัญลักษณ์นิยมใหม่  ประกอบด้วย

4.1    เกษตรกรรมนิยม

4.2    คุณภาพนิยม

4.3    คุณธรรมนิยม

              5.  เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นค้าที่มีความหมายกว้างไกล เป็นคำที่เราได้พบเห็นและได้ยินอยู่ตลอดมา

              6.  สารสนเทศ  หมายถึง  ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ ลองจินตนาการดูว่าภายในสมองของเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราคงตอบไม่ได้ แต่สามารถเรียกเอาข้อมูลมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมองเป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลรอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ

              7.  คอมพิวเตอร์ หมายถึง  เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. 2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์

 

 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.      ช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของอินเตอร์เน็ตในระดับสังคมโลกและสังคมภูเก็ต

2.      ช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมวัฒนธรรม

3.      สามารถชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดจากระบบอินเตอร์เน็ตในมิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อเยาวชนในจังหวัดภูเก็ต

4.      สามารถชี้แนะแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

5.      สามารถหาแนวทางสร้างภูมิต้านทานให้กับเยาวชนภูเก็ตได้

 

วรรณกรรมสัมพันธ์

บทที่  2

 

วรรณกรรมสัมพันธ์

 

 

                  แนวความคิดเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตและผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในแง่มุมต่างๆเป็นเรื่องใหม่ในทางวิชาการ รากฐานของความรู้ที่นำมาอธิบายก็คือมนุษย์กับสังคมและวัฒนธรรม เพราะว่าอินเตอร์เน็ตก็คือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม คำอธิบายในที่นี้จึงเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องวัฒนธรรม แนวคิดเรื่องนวัตกรรม และแนวคิดเรื่องเทคโนโลยีและผลกระทบของเทคโนโลยีต่อสังคมและวัฒนธรรมของมนุษย์ กล่าวโดยภาพรวมอินเตอร์เน็ตเป็นกระแสโลกานุวัตและเป็นการเผยแผ่ทางนวัตกรรมซึ่งจะมีผลต่อสังคมในแต่ละที่ต่างกันไป แต่สังคมที่รับนวัตกรรมเข้ามาโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเก็ตเองก็มีวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของตนเองที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานาน สังคมสามารถเลือกรับและได้รับผลที่ต่างกันของนวัตกรรมนี้ การเชื่อมโยงกระแสทางวัฒนธรรมของโลกและการปฏิสัมพันธ์ของสังคมต่อนวัตกรรมที่โดยเนื้อหาก็คือวัฒนธรรมอีกประเภทหนึ่งจึงเป็นปรากฏการณ์ที่สลับซับซ้อน ผลสุดท้ายก็คือวัฒนธรรมจะมีผลกระทบต่อปัจเจกบุคคลที่เป็นหน่วยย่อยที่สุดทางสังคมและวัฒนธรรม ผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้มากที่สุดก็คือเยาวชน การเชื่อมโยงแนวคิดทั้งหมดในการศึกษานี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี่และนวัตกรรมต่อสังคมและต่อเยาวชนเป็นพลวัต มีทั้งได้รับจากวัฒนธรรมที่เป็นของใหม่และการปรับตัวจากวัฒนธรรมที่เป็นของเก่า มีทั้งด้านบวกเชิงสร้างสรรค์ การใช้เหตุผล การใช้ความคิดและสติปัญญาและด้านลบที่เป็นการยั่วยุ ท้าทายต่อสิ่งที่เป็นสัญชาติญาณดั้งเดิม เช่นกามารมณ์ อาชญากรรมและยาเสพติด พื้นฐานแนวความคิดทั้งหมดที่จะอธิบายในบทนี้ก็คือกรอบความคิดที่จะนำมาใช้ในการศึกษาขั้นต่อไป

 

มนุษย์กับวัฒนธรรม

                  มนุษย์สร้างวัฒนธรรมขึ้นมาเพื่อประโยชน์แห่งการดำรงชีวิตและการสืบทอดเผ่าพันธุ์ ในเมื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นเรื่องที่กว้างใหญ่และมีแง่มุมต่างๆ ให้พิจารณาอย่างซับซ้อน เรื่องของวัฒนธรรมจึงสามารถมองได้หลายแง่มุมไปด้วยเช่นกัน

                  วัฒนธรรม  คือ  วิถีชีวิตของหมู่คณะ  ซึ่งจะแสดงถึงความเจริญงอกงาม  เป็นระเบียบเรียบร้อย  ความกลมเกลียว  ความก้าวหน้าของชาติ (พจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตราชสถาน  2525)  รวมทั้งความเจริญทางด้านความรู้  เช่น  ทางด้านวิทยาศาสตร์  ศิลปศาสตร์  วรรณคดี  ศาสนา  ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี  และจรรยามารยาท (พระเจ้าวรวงค์เธอกรมหมื่นนราธิป  พงค์ประพันธ์)  ที่แสดงออกทางความรู้สึก  ความคิดเห็น  หรือการกระทำใด ๆ  ของมนุษย์ในส่วนรวม  ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกัน  โดยคนในสังคมยอมรับและเข้าใจ  ใช้ปฏิบัติร่วมกัน  อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมนั้น ๆ (พระเทพเวที  เอกสารของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ)  วัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการอยู่ร่วม กันอย่างปกติสุขในสังคม วัฒนธรรมแต่ละสังคมจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และทรัพยากร ต่างๆ ลักษณะอีกประการหนึ่งของวัฒนธรรมคือ เป็นการสั่งสมความคิด ความเชื่อ วิธีการ จากสังคมรุ่นก่อน ๆ มีการเรียนรู้ และสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้ วัฒนธรรมใดที่มีรูปแบบ หรือแนวความคิดที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะเลือนหายไป วัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นชาติให้ปรากฏชัดเจนขึ้น (http://www.welcomethai.com/Thailandinshort/cul.htm )

                  เมื่อมนุษย์มีการเคลื่อนย้ายไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็มักจะนำพาวัฒนธรรมของตนเองไปด้วยเสมอ เพราะ วัฒนธรรม คือ ความคิด  และพฤติกรรม ผลของความคิดที่ติดตัวบุคคล  บุคคลไปถึงที่ใดวัฒนธรรมจะไปถึงที่นั่น  ดังนั้น  จึงเกิดการแพร่กระจายของวัฒนธรรมขึ้นโดยจะมีปัจจัยต่างๆ ทั้งทางด้านภูมิศาสตร์  คือจะต้องไม่มีอุปสรรคมาขวางกั้น  เช่น  ไม่มีภูเขาสูง  ทะเลกว้าง   ทะเลทราย  ป่าทึบ เป็นต้น การที่ผู้คนต้องเดินทางติดต่อไปมาหาสู่กันส่วนมากเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ  การค้าขาย  หรือแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า  คนที่มีเศรษฐกิจดีจึงมีโอกาสนำวัฒนธรรมติดตัวไปสังสรรค์กับวัฒนธรรมอื่นได้  และหากการคมนาคมขนส่งที่ดี  เป็นปัจจัยเอื้อต่อการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม  เช่น  ถนนดี  พาหนะดี  ระยะทางไม่ไกลเกินไปนักล้วนแล้วแต่เป็นอัตราเร่งการแพร่กระจายที่ดีด้วย

                  ปรกติแล้วมนุษย์ไม่ชอบสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาเอง  แต่ชอบหยิบยืม(BORROWING)วัฒนธรรมจากเพื่อนบ้าน (UNINVENTIVE HABIT)แล้วนำมาผสมผสานกับการพัฒนาของตัวเองตามกาลเวลาและสถานที่ โดยการจะแพร่กระจายจากจุดศูนย์กลางหรือจุดกำเนิด  ไปตามพื้นที่เท่าที่มันจะไปได้ในเขตภูมิศาสตร์เดียวกัน  และยุคสมัยใกล้เคียงกันซึ่งวัฒนธรรมที่ได้รับมาเมื่อมาถึงปลายทางจะต้องเหมือนกับวัฒนธรรมต้นกำเนิดไม่มากก็น้อย   

                  แม้ว่ามนุษย์จะชอบหยิบยืมวัฒนธรรมจากที่อื่นมาก็ตามแต่ก้มักจะนำมาพัฒนาดัดแปลงให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนนั้นๆ  ในทำนองเดียวกันสิ่งแปลกใหม่ที่เข้ามาแทนที่ของเก่าที่มีอยู่ในสังคม  ในรูปของสิ่งของและสิ่งประดิษฐ์ที่ผลิตโดยเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นส่วนใหญ่ หรือที่เราเรียกว่า นวัตกรรม  คำว่า นวัตกรรม มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “INNOVATION” มีรากศัพท์ภาษาละตินว่า ”NOVA” ซึ่งแปลว่าใหม่นวัตกรรม ในที่นี้หมายถึงความคิด  พฤติกรรมและหรื่อสิ่งของซึ่งเป็นผลผลิตของพฤติกรรมและเป็นสิ่งใหม่ในแง่ของคุณลักษณะและแตกต่างไปจากสิ่งที่เคยมีอยู่  ขบวนการนี้เป็นขบวนการทางจิตวิทยาเกี่ยวข้องกับการทดแทนของคุณลักษณะ  ไม่ใช่จำนวนและไม่ใช่การเพิ่มหรือการลดของปริมาณ  ถึงแม้ว่าจะเห็นผลผลิตของความคิดและพฤติกรรมในลักษณะของรูปธรรมเป็นจำนวนมาก ใหญ่  หรือเล็ก  มากหรือน้อย กว่าสิ่งที่มีอยู่และเป็นอยู่

                  นวัตกรรมเป็นโครงสร้างที่สำคัญในขบวนการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม(BARNETT 1953 : 157)  คนจะรับนวัตกรรมหรือไม่และรับในลักษณะใด ช้าหรือเร็วเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ  เช่น   เพศ  อายุ  การศึกษา โดยสามารถยกตัวอย่างให้เห็นเด่นชัดดังนี้

                  เพศ   เช่น    ผู้ชายสามารถทำความรู้จักคุ้นเคยกับคนต่างวัฒนธรรมได้ดีกว่าผู้หญิง

                  อายุ   เช่น    เด็กจะรับรู้เร็วกว่าผู้ใหญ่เพราะไม่มีกรอบของวัฒนธรรมมายึดติด

                  การศึกษา เช่น  การสอนให้คนมีเหตุผลเข้าใจและยอมรับสิ่งแปลกใหม่ได้ง่าย  เป็นต้น

                  คนเรานั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  สิ่งที่มากระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของบุคคลได้แก่ ความต้องการความแปลกใหม่และความไม่ถูกใจในสิ่งเก่าๆ  หรือพฤติกรรมเก่าๆ ที่เคยประพฤติปฏิบัติมาแต่เดิม ความต้องการเปลี่ยนแปลงของคนเรานั้นเรียกว่า  ความต้องการโดยสมัครใจ” (VOLUNTARY  WANTS)” ( นิยพรรณ (ผลวัฒนะ) วรรณศิริ, “มานุษยวิทยาสังคมและวัฒนธรรม” , หน้า 93-294 )

 

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต

                                 มนุษย์ได้ประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ หรือที่เรียกว่าเทคโนโลยี   ดังนั้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์วิชาการ และสามารถเรียกเอาข้อมูลนั้นมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมองเป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่าความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลรอบตัวเรามากมาย ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของ สารสนเทศ

                  เมื่อ 50 ปี ก่อน  คอมพิวเตอร์เครื่องแรกในโลกได้ถือกำเนิดขึ้น  และเริ่มนำมาใช้ในงานในด้านต่างๆ  เพื่ออำนวยความสะดวกและทดแทนแรงงานจากมนุษย์  ทำให้วิถีชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบต่อชีวิตและการงานของผู้คนเป็นจำนวนมาก และต่อมาเกิดการเชื่อมโยงของเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยมีการส่งผ่านข้อมูลจากคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง หลังจากที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายๆเครือข่ายเชื่อต่อกันโดยไม่มีขีดจำกัดจึงทำให้เกิดระบบที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ต” (Internet) (ปัญญา เปรมเปรีดิ์, “คอมพิวเตอร์กับชีวิตในทศวรรษหน้า”2540)

                  อินเตอร์เน็ต  เป็นอุบัติการณ์ครั้งสำคัญของสังคมโลกในช่วงรอยต่อระหว่างศตวรรษ  ปัจจัยหลักที่ทำให้อินเตอร์เน็ตเป็น ปรากฏการณ์  (PHENOMENA)  ของยุคสมัย  คือความที่ใช้ง่าย  เป็นเครือข่ายแห่งเครือข่าย  การสืบค้นข้อมูลผ่านระบบ(www)  กระทำได้อย่างสะดวกและกว้างขวาง  (ไพรัช  ธัชยพงษ์ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาบทสรุปผู้บริหาร.2541)และเมื่อถึงเวลาหนึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องมีอินเตอร์เน็ตในรูปแบบใด  รูปแบบหนึ่ง  เพราะอินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นความจำเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  ดังนั้นการสร้างทางด่วนข้อมูลจึงไม่ใช่ทางที่จะเลือก  แต่เป็นสิ่งที่จะต้องมี  เพียงแต่จะช้าหรือเร็วและด้วยเทคโนโลยีใดเท่านั้นเอง (มนู  อรดิตลเชษฐ์, “ทางด่วนข้อมูลของไทย”,IT REVIEW, เอกสารเผยแพร่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ , ตุลาคม-พฤศจิกายน 2537.)

                  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศอาจช่วยลดช่องว่างทางอำนาจระหว่างรัฐกับประชาชน  และลดโอกาสที่รัฐจะใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมแก่ประชาชนได้  (พระไพศาล วิสาโล, “ด้วยพลังแห่งปัญญา และความรักปาฐกถาปาจารยสารประจำปี.บริษัท เคลิดไทย.2537,) สังคมที่มีทางด่วนข้อมูล  จะทำให้การดำรงชีพของประชาชนเปลี่ยนไป  ตั้งแต่ การทำงาน  การรับบริการสาธารณสุข  การติดต่อสื่อสารขั้นพื้นฐาน  และการบันเทิงส่วนตัว  การศึกษาจะมีการพัฒนาไปในด้านการศึกษาทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะสามารถใช้บทเรียนแบบหลายสื่อได้  สามารถใช้อุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ร่วมกันได้ โดยชุมชนกลุ่มใหญ่  สามารถเข้าถึงห้องสุมดและการค้นความทางวิชาการผ่านระบบทางด่วนข้อมูลได้อย่างสะดวก  การเรียนรู้ด้วยตนเองจากฐานความรู้มหาศาล ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในลักษณะตัวหนังสือ ภาพนิ่ง   และภาพวิดีทัศน์จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพดีขึ้น  และสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ตนเองได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง (มนู  อรดิดลเชษฐ์  แนวทางพัฒนาการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยสารสนเทศ.2540)ด้านการศึกษาจะช่วยปฏิวัติระบบอุดมศึกษาแบบเดิม และให้การศีกษาด้วยการสอนในชั้นเรียนมาสู่การกระจายการศึกษาไปยังจุดต่างๆ   และช่วยให้เราหลุดพ้นจากระบบการศึกษาแบบยึดติดกับปริญญาบัตร(นิธิ เอียวศรีวงศ์ ,”มหาวิทยาลัยไซเบอร์ผู้จัดการรายวัน 28 มีนาคม 2538)หรืออาจจะเชื่อมั้นได้ว่าเทคโนโลยสารสนเทศและอินเตอร์เน็ตมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนทุกอย่างไปในทางดี      (นิโคลัส  เนโกรพอนเต(Nicholas Negroponte) ผู้ก่อตั้ง Media Lab แห่งสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาซูเสต(MIT)2540)และอินเตอร์เน็ตจะนำมาทั้งประโยชน์และความเสี่ยงนานาชนิดแก่มนุษยชาติ(แดนนี่ กูดแมน (Danny  Goodman.2540)  แต่อย่างไรก็ตามการเกิดขึ้นของโลกสองแบบคือ  โลกกายภาพปรกติ  และโลกอภิมิติ(normal space & cyber space)   รูปธรรมและนามธรรม   จะเกิดความขัดแย้งระหว่างโลกทั้งสอง  ความเป็นนามธรรมที่นับวันจะซับซ้อนมากขึ้นจะทำให้จิตใจมนุษย์ทำงานหนักต่อการกระตุ้นของสิ่งเร้า  แต่จะขาดความสนใจที่ลึกซึ้งต่อเนื่อง  และละเลยต่อการใช้เหตุผล    ความขัดแย้งระหว่างกายกับจิตใจมนุษย์จะกลายเป็นปัจเจกชนเทียมเสพสุขทางร่างกาย  แต่ขาดความมุ่งมันทางจิตใจ  จนเกิดเป็นวิกฤติการณ์ของมนุษยชาติในศตวรรษหน้าก็อาจเป็นได้ (ธีรยุทธ บุญมี  วิกฤติการณ์มนุษย์ยุคโลกาภิวัตน์.2540)ซึ่งเทคโนโลยีสารสนและอินเตอร์เน็ตจะทำให้โลกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ   ชนชั้นนำที่ครอบครองสารสนเทศ  และโลกของชนชั้นล่างที่ซึ่งไม่มีสารสนเทศและไม่มีงานทำ (เจเรมี  ริฤกิน (Jerermy Rifkin.2540)แต่อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศก็ไม่ได้เป็น  ยาครอบจักรวาล  ตรงกับข้าม  อินเตอร์เน็ตอาจเป็น ยาหมอเถื่อน” (snake  oil) ซึ่งจะนำผลเสียมาสู่การะบบการศึกษาและวิถีชีวิตของมนุษย์  ดังนั้นการสร้างหนังสือที่มีคุณภาพ  และฝึกหัดครูที่มีความสามารถมากขึ้นน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดกว่าเพราะการสื่อสารโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถทดแทนการพบปะโดยตรงของมนุษย์ได้ (คลิฟฟอร์ด  สโตลล์ (Cliford Stoll)2540.)            เมื่ออินเตอร์เน็ตไม่มีขอบเขต มีอิสระไม่มีขีดจำกัดสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญนั่นคือเนื้อหาความเหมาะสมในการนำเสนอผ่านอินเตอร์เน็ตจึงต้องมีการเตรียมพร้อมให้กับเยาวชนในการใช้ทางด่วนข้อมูล  ไม่ว่าจะเป็นในด้านของทัศนคติ ความสามารถ  ตลอดจนพฤติกรรมต่างๆ แม้ทางด่วนข้อมูลจะเป็นเสมือนแหล่งข้อมูลที่สำคัญก็ตาม  ผู้ใช้ก็ต้องมีความพร้อมในการใช้ทางด่วนข้อมูลอย่างถูกต้อง  จึงจะสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ก่อปัญหา เพราะผลกระทบนั้นไม่ได้จำกัดแต่เพียงเฉพาะผลกระทบทางกายภาพเท่านั้น  แต่ยังอาจครอบคลุมถึงผลกระทบต่อจิตใจมนุษย์ด้วย (ครรชิต  มาลัยวงศ์, “แนวคิดเรื่องทางด่วนข้อมูลNECTEC, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ  ฉบับที่  3  ตุลาคม-ธันวาคม 2537หน้า 242-243)

                  ผลกระทบดังกล่าวปรากฎเป็นปัญหาของสังคม   ปัญหาหนึ่งที่เป็นประเด็นที่น่าสนใจคือปัญหาด้านจริยธรรมในการใช้ อินเตอร์เน็ต  เนื่องจากเป็นปัญหาใหม่ที่เพิ่มเกิดขึ้นในยุคสังคมสารสนเทศ  ปัญหาดังกล่าวส่วนใหญ่จึงยังไม่มีวิธีการป้องกันแก้ไขที่ตายตัว   ตัวอย่างเช่น ปัญหาการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ (PrivacyProblem) ปัญหาการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย (Security Problem) ปัญหาการใช้อินเตอร์เน็ตในทางมิชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรม (Abuse and Ethical Problem) ตลอดจนการก่ออาชญากรรม (Crime) โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

                  ส่วนอีกปัญหาหนึ่งคือปัญหาทางเพศของเยาวชน  ที่อาจเกิดจากภาพและข่าวสารที่มีเนื้อหาอนาจารบนเครือข่ายดังกล่าวทำให้เกิดความเป็นห่วงว่า  หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีแล้ว  จะเกิดผลเสียเกิดขึ้น  ไม่ว่าจากการที่เยาวชนได้รับสารสนเทศที่อนาจาร   แล้วก่อให้เกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน  หรือจากการที่ผู้ปกครองห้ามเยาชนในปกครองของตนให้เครือข่ายการสื่อสารข้อมูลเพื่อตัดปัญหา  อันจะเป็นการทำให้เยาวชนนั้นเสียโอกาสในการเรียนรู้จากสารสนเทศที่มีประโยขน์อื่นๆ(ทางด่วนข้อมูล  บทที่ 7,2540:172)

                  แม้ว่าอินเตอร์เน็ตจะมีความน่าอัศจรรย์มากมายหากประเทศใดไม่รับวัฒนธรรมใหม่นี้ก้น่าเสียดายโอกาสในครั้งนี้ จนเป็นที่ชัดเจนว่าอินเตอร์เน็ตปฏิวัติการสื่อสารขึ้นสู่ระดับใหม่ แม้ประสบความสำเร็จมากเพียงใด  ก็ยังมีจุดอ่อนที่อาจกลับมาทำลายความสำเร็จนั้นลงไปได้  ได้แก่  ความไม่ทั่วถึงหรือความไม่ถ้วนหน้า  ดังนั้น  ยากที่จะทำให้คนทั้งโลกเสมือนนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน  เพราะว่าในทางเป็นจริงคนมีฐานะและการศึกษาซึ่งเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้น  เช่น ในประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตราวร้อยละ 2 ของประชากรทั้งหมด  การจะกระจายอินเตอร์เน็ตได้ทั่วถึงก็เป็นการยาก การเติบโตของอินเตอร์เน็ตก่อให้เกิดช่องว่างในสังคมโลกสูงมาก โดยเฉพาะคนรวยกับคนจน  ขาดความเป็นธรรมโดยทิ้งคนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง            การก่อแนวโน้มที่จะขยายความไม่เป็นธรรมทางสังคมให้สูงขึ้น การก่อความเครียด  เนื่องจากตัวมันเองเป็นการปฏิวัติทางการสื่อสารครั้งใหญ่  ซึ่งก่อให้เกิดการปฏิวัติการผลิตที่เกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่  ทุกคนหยุดนิ่งไม่ได้  เมื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาก็จะกลายเป็นสิ่งเก่าอย่างรวดเร็ว  ทำให้โลกไม่รู้จักหลับนอนมีแต่ความเคลียด  อาการนอนน้อยเริ่มเข้าสู่เด็กและเยาวชน  เนื่องจากมีกิจกรรม  และความบันเทิงให้เข้าร่วมมากมายและตลอดเวลา

                  ผลกระทบที่หลายคนเป็นห่วงก็คือ  ผลกระทบทางด้านพฤติกรรมของเยาวชน  โดยเฉพาะกลุ่มที่เล่นเกมสมมุติต่าง ๆ  เป็นประจำ  เกมอิเล็กทรอนิกส์ประเภทท้าทายความคิดนั้นมีน้อย  ส่วนใหญ่แล้วเป็นเกมประเภทต่อสู้ล้างผลาญ  แม้รูปแบบจะเป็นการต่อสู้ระหว่างพระเอกกับผู้ร้าย  กับสัตว์ประหลาด  หรือกับมนุษย์ต่างดาว  ซึ่งอาจสรุปว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรม  แต่โดยเนื้อหาก็เป็นเรื่องของความรุนแรง  การยิงด้วยอาวุธประหลาด  การเตะ  การต่อย  การฟัน  ฯลฯ  ไม่มีใครทราบว่าการคุ้นเคยกับการแสดงออกอย่างรุนแรงนี้จะเป็นนิสัยติดตัวไปจนกระทั่งถึงเวลาทำงาน  หรือในการใช้ชีวิตตอนโตหรือไม่  เป็นไปได้หรือไม่ที่เด็กที่คุ้นเคยกับเกมรุนแรงเหล่านี้เมื่อประสบกับอุปสรรคในตอนโต  ก็อาจจะคว้าปืนมาไล่ยิงผู้อื่นก็อาจเป็นได้ หรือแม้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่าครู  และนักเรียนที่เปลี่ยนไปอย่างไรจึงจะเหมาะสม  ทั้งนี้เนื่องจากหากครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นเพียงผู้ชี้แนะ  ค่านิยมในวัฒนธรรมไทยที่ถือว่าครูเป็นผู้ที่ควรได้รับการเคารพ  อาจจะได้รับความกระทบกระเทือน 

                  การเข้ามาของวัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ต ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมในหลายๆ มิติ  จะรับมากน้อยหรือจะปฎิเสธ ขึ้นอยู่กับความรู้และภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่จะพิจารณาในการที่จะยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตในการดำเนินแบบเดิมจะโดยสิ้นเชิงหรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม ก็ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบทั้งสิ้น ทั้งในด้าน ที่พึงปราถนาและด้านที่ไม่พึงประสงค์  การใช้ชีวิตในรูปแบบอินเตอร์เน็ตจะเกิดขึ้นหรือไม่ในจังหวัดภูเก็ต และจะเกิดขึ้นในลักษณะใด  ความเข้มแข็งของวัฒนธรรมเดิมเป็นเครื่องกำหนดรูปแบบชีวิตแบบใหม่  ที่มิอาจให้ดิจิตอลครอบงำวิถีชีวิต

                  จากแนวความคิดพื้นฐานข้างต้น  คณะผู้วิจัยมีความเห็นต่อประเด็นการโต้แย้งเรื่องความจำเป็น  และผลดีผลเสียของอินเตอร์เน็ตต่อสังคมไทยว่า  เมื่อมองออกสู่ภายนอกซึ่งกระแสการแข่งขันในระดับโลกทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ  ทางอินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง  เนื่องจากเราไม่อาจตัดขาดจากโลกภายนอกได้  และเมื่อมองเข้าสู่ภายในซึ่งปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทยยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพนั้น  อินเตอร์เน็ตก็เป็นเครื่องมือที่เปิดโอกาสอันดีให้เราสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้  ดังนั้น ท่าทีปิดกั้นการนำอินเตอร์เน็ตมาใช้โดยสิ้นเชิง  จะส่งผลเสียที่ทำให้เราเสียโอกาสจากการประยุกต์ใช้มันในการช่วยแก้ปัญหาของประเทศ  ในขณะที่ท่าที่ที่เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีเป็นหลักโดยไม่คำนึงถึงมิติต่างๆ ทางสังคมอย่างเพียงพอจะทำให้การนำอินเตอร์เน็ตมาใช้ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมไทย และจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา

 

กรอบการวิจัย

                  จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมวัฒนธรรม  และเทคโนโลยี   ซึ่งนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและค่านิยมของบุคคลในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ต่อคนรุ่นใหม่  เด็กและเยาวชนในที่นี้  ภูเก็ตเป็นจุดที่น่าสนใจ  เพราะการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  เศรษฐกิจ  มีความแปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  อันเป็นผลจากพัฒนาการการท่องเที่ยว  และการติดต่อกับโลกภายนอก  อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีการสื่อสาร  เป็นตัวแปรที่สำคัญตัวหนึ่ง  เพราะภูเก็ตถูกกำหนดให้จากนโยบายรัฐ  ให้เป็น  ภูเก็ตเมืองนานาชาติและ เมืองท่าไอที

                  ในขณะเดียวกัน  การแปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ  และเทคโนโลยี  ก็ก้าวไปอย่างรวดเร็ว  ปัญหาก็คือ  บริบทจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  มีผลต่อภูเก็ตมากน้อยเพียงไร   และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างสังคม  เศรษฐกิจ  ที่นำมาซึ่งเทคโนโลยีการสื่อสาร  คนในวงการอินเตอร์เน็ต  ก็เป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วย  การเปลี่ยนแปลงส่วนมากมิใช่มีผลต่อคนในวงการไอทีอย่างเดียว  ส่วนอื่นของสังคมก็ได้รับผลกระทบด้วย

                  จุดสนใจของการศึกษาครั้งนี้ ก็คือ เยาวชน  เยาวชนได้รับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี  การปะทะระหว่างโครงสร้างสังคมเดิมกับวัฒนธรรมใหม่จากอินเตอร์เน็ต  ตัวแปรนี้จึงถูกสร้างขึ้นมา

 


Model

 

อินเตอร์เน็ต:ปรากฎการณ์ทาง  สังคม

วัฒนธรรมภูเก็ต  การรับและการปรับใช้

รากฐานความรู้

ทางวัฒนธรรมภูเก็ต

             

การเปิดประตูสู่โลกภายนอก : ความสามารถ

ในการเลือกรับสื่อ

ภูเก็ต : การแพร่กระจายของวัฒนธรรมใหม่ 

แนวคิดและผลกระทบของสื่อ

ภูเก็ต : การพัฒนาด้านสังคม

วัฒนธรรม

เยาวชน

INTERNET

คนในแวดวงอินเตอร์เน็ต

ความต้องการ

ความคาดหวัง

เยาวชน

การปรับตัว

ความขัดแย้ง

บริบทแวดล้อม

ผลกระทบ

ปัจเจกชน

จริยธรรม

ความขัดแย้งและความรุนแรง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำนำ

คำนำ

 

                                การจบหรือบทสรุปของงานชิ้นนี้  เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปิดประเด็นว่า อินเตอร์เน็ตมีผลกับการเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมและผลกระทบต่อเยาวชนใจจังหวัดภูเก็ตหรือไม่  ซึ่งคณะผู้วิจัยเมื่อได้ทำการศึกษา   โดยแบ่งวัตถุประสงค์การศึกษาออกเป็น

                ประการแรก เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจอินเตอร์เน็ตต่อสังคมภูเก็ต  ผลการศึกษาที่ได้รับคณะผู้วิจัยได้รายงานรายละเอียดไว้ในบทที่ 4 เรื่องพัฒนาการของอินเตอร์เน็ตตั้งแต่ต้นในระดับนานานาชาติ    ระดับประเทศ  จนมาถึงระดับจังหวัด  ผลการศึกษาได้ทราบว่า อินเตอร์เน็ตนั้นก็ยังเป็นของใหม่สำหรับคนภูเก็ตอยู่  เพราะความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน  ตัวบุคลากร  กลุ่มธุรกิจเกี่ยวเนื่อง  การส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย  นโยบายของภาครัฐและกิจกรรมที่เกื้อหนุนผลักดันทั้งในแวดวงธุรกิจและการศึกษา เป็นต้น(เปิดโครงการ PHD หน้า      )คณะผู้วิจัยจึงศึกษาปัจจัยเพิ่มเติมในด้านสังคมวัฒนธรรมและพัฒนาการตั้งแต่อดีตผ่านเอกสารข้อมูลและการสัมภาษณ์ลึกจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ลงไปอีก  ผลการศึกษาที่ได้รับ คือ โครงสร้างทางสังคมวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต(งานของสุทธิวงศ์ และสุลีมาน)  ก็เป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อพัฒนาการของอินเตอร์เน็ต  ทำให้ต้องเพิ่มประเด็นศึกษาลึกลงไปถึงประวัติความเป็นมาทางด้านสังคมวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ตด้วย  โดยใช้แนวคิดทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม(Diffussion)และทฤษฎีการรับนวตกรรม(Innovation)  การแพร่กระจายของวัฒนธรรมจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้        หลักภูมิศาสตร์  ต้องไม่มีอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ขวางกั้น  เช่น  ไม่มีภูเขาสูง  ทะเลกว้าง  ทะเลทราย  ป่าทึบ เป็นต้น     ปัจจัยทางเศรษฐกิจ  การที่ผู้คนต้องเดินทางติดต่อไปมาหาสู่กันส่วนมากเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ  การค้าขาย  หรือแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า  คนที่มีเศรษฐกิจดีจึงมีโอกาสนำวัฒนธรรมติดตัวไปสังสรรค์กับวัฒนธรรมอื่นได้     ปัจจัยทางสังคม  ได้แก่  การจงใจไปแลกเปลี่ยนวิธีการ  พฤติกรรมใหม่และความรู้ เป็นต้น   การคมนาคมขนส่งที่ดี  เป็นปัจจัยเอื้อต่อการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม เช่น  ถนนดี  พาหนะดี ระยะทางไม่ไกลเกินไปนักล้วนแล้วแต่เป็นอัตราเร่งการแพร่กระจายที่ดีด้วย

อินเตอร์เน็ตกับการเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมและผลกระทบกับเยาวชนในจังหวัดภูเก็ต

SOCIAL AND CULTURAL CHANGE WITH INTERNET  AND IMPACT PHUKET CHILDEN

 

 

ธนพงศ์ ทุมเพ็ญ

Thanapong Tumpen

วิโรจน์ ทองอ่อน

Wirote Thong-on

 

 

การศึกษาเอกเทศ

Independent  Studies

 

ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต  สาขาวิชาพัฒนาสังคม

คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ปี 2546

Master Of  Arts in Social Development

Faculty of Humenity and Social sciences

Prince of Songkla Univesity

2003

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.